ชีวิตรพ.

posted on 29 May 2012 21:39 by furrytail directory Diary
 
 
 
...
 
 
เจอคนไข้หนัก
เจอคนไข้เสียชีวิต
เจอคนไข้กระเสือกกระสนหายใจ
เจอคนไข้ร้องโอดโอย
เจอสังคมรอบข้างที่กดดัน
เจอการแดกดันจากคนรอบข้าง
 
 
ไม่ได้ร้องไห้
 
 
 
 
 
 
 
กลับมาโทรศัพท์
กลับมาฟังเสียงแม่
 
กลับร้องไห้.
 
 
 
 
 
 
 
 

ซูเปอร์พี่ชายยย !

posted on 19 May 2012 21:43 by furrytail directory Diary
 
 
 
 
เอนทรี่นี้ เกิดขึ้นมาได้ เพราะไม่อยากทำคนคนนึงที่สำคัญ หล่นหายไป
ถ้าเปิดเพลงคำตอบของscrubb คงจะอินมาก
 
 
...
 
 
สมัยก่อนตอนมอต้นมอปลาย
 
ช่วงนั้นกำลังฮิตเล่นmsn
 
ฮิตมาก
 
 
 
ตื่นเต้นอ่ะ
 
เพราะเมื่อก่อนจะคุยกันที
 
ก็เสียตังค์ค่าโทรศัพท์เยอะแยะ
 
จะส่งจดหมายก็เสียค่าแสตมป์
 
แถมช้ากว่ากันหลายปีแสง
 
 
 
ขึ้นชื่อว่าchat
 
มันก็พิมพ์ได้รวดเร็ว
 
 
 
 
 
จากเด็กบ้านๆคนนึง
 
ที่เพิ่งมีคอมพิวเตอร์ใช้เป็นของตัวเอง
 
พ่อแม่ก็ซื้อให้มาทำงาน 
 
ไอ้เด็กบ้านี่เอามานั่งอ่านพันทิป
 
เอามานั่งแชท
 
เอามานั่งดูเนื้อเพลงฮิตติดชาร์ทแล้วก็นั่งฝึกร้องมันทั้งวัน
 
 
มันคือความสุข 555
 
 
 
 
 
 
ช่วงแรกๆ ไม่เคยพิมพ์คอมเลย
 
พิมพ์ช้ามาก เพราะวิชาคอมพ์เป็นวิชาที่ไม่ชอบเอามากๆ
 
เวลาพิมพ์ก็ต้องจิ้มเอาทีละตัว
 
อัตราเร็วก็เข้าขั้นเต่าขาขาด
 
 
 
 
พอมีmsnเข้ามา
 
อะไรอะไรก็เลยดูเปลี่ยนไป
 
จากเด็กคนนึงที่เคยนั่งเพิ่งกระแสจิตหา
 
ตัวอักษรธรรมดาที่ใครใครเขาก็พิมพ์กันง่าย
 
เราก็เริ่มพิมพ์เร็วเพิ่มขึ้น
 
 
 
เพิ่มขึ้นเพราะผู้ชายคนหนึ่ง
 
 
 
 
 
 
 
ผู้ชายคนนั้นเขาคือคนที่เรานับถือเป็นพี่ชาย
 
 
 
 
 
คนที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดแต่อย่างใด
 
แต่เพราะความนับถือในใจ
 
 
การเจอกันครั้งแรกของเรากับพี่ชาย
 
เกิดขึ้นโดยพี่ชายแอดเรามา
 
เราทักไป
 
แล้วเขาก็กวนตีนกลับมา
 
 
 
 
หาว่าเราแอดเขาก่อน
 
(ตอนนั้นมันเป็นปัญหามากนะการที่เราต้องมารับแอดแล้วถามกลับว่า เราเป็นอะไรกัน รู้จักกันด้วยหรอ
 
ถ้าเดี๋ยวนี้คงไม่ต้องถามอีกเพราะว่าเฟซบุคก็บอกเราหมด)
 
 
เราจึงเหวี่ยงไปหนึ่งดอก
 
'ถ้านายไม่รู้จักเรา งั้นเราจะขอบล็อกแล้วนะ ไม่รู้จักก็ไม่รู้จะคุยกันไปทำไม'
 
แล้วในที่สุด เขาก็เลิกกวนตีน
 
(มาสุดท้ายเขาก็เฉลยว่า ไม่ได้กวนตีน แต่แค่มึน จำไม่ได้ว่าแอดใครบ้าง
 
ท่าทางสาวๆที่แอดไปจะเยอะมาก)
 
 
หลังจากนั้น เราก็เริ่มติดmsn ติดมากขึ้น
 
รู้สึกจะเป็นช่วงมอสี่
 
 
 
 
 
เขาได้เมลมาจากน้องที่เค้ารู้จัก
 
เราเองก็งงว่าน้องไหน
 
พอบอกชื่อ ก็เข้าใจแล้ว
 
น้องที่ว่าคือ น้องๆที่เราไปรับน้อง
 
 
 
ความจริงเขาชื่อกอล์ฟ
 
อายุห่างจากเราก็สี่ปี
 
เราขอเค้าเรียกพี่ชาย เราอยากมีพี่ชายมากๆ
 
ตอนเห็นรูปเค้าครั้งแรก
 
ไม่รู้ทำไม
 
มันปิ๊งอ่ะ
 
คือก็ไม่ได้หล่อมากนะ
 
แต่ไม่รู้อ่ะ
 
ศัพท์วัยรุ่นสมัยนั้นเรียกว่า
 
'โดน'มั้ง
 
หน้าตาใจดี
 
แต่ก็กินเหล้าสูบบุหรี่ แถมเที่ยวใช่เล่นเลย
 
แต่ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายแบบนี้แหละ
 
ที่ทำให้เด็กผู้หญิงคนนึง
 
กลับมามีความคิดได้อีกครั้ง ที่ไม่ใช่วันวัน หมกมุ่นอยู่กับความเศร้าของตัวเอง
 
ตอนนั้นเรากลายเป็นเด็กติดพี่ชายไปเลย
 
พี่กอล์ฟคงเป็นพี่ชายที่แสนดีที่สุดในโลกของเราก็ว่าได้ละมั้ง
 
แนวคิดของพี่ชายทำให้เรารับรู้ว่า ผู้ชายสูบบุหรี่ กินเหล้า
 
ไม่ใช่ผู้ชายที่อีเหละเขละขละเกเรเสมอไป
 
แต่เขามีมุมที่เป็นผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาเยอะ และพูดว่าผู้ชายจะมองผู้หญิงแบบไหน
 
สอนเราด้วยนะว่าผู้หญิงแบบนั้น ผู้ชายไม่ชอบ
 
แม่ที่ดีของลูกเป็นยังไง ... สอนยังกะเป็นพ่อเราแน่ะ
 
ไม่น่าเชื่อว่าหัวจะโบราณ 555
 
 
 
เราเองรู้สึกว่าโชคดีที่เราบังเอิญได้รู้จักเขา
 
เป็นผู้ชายที่รักครอบครัว มีหลายเรื่องที่ทำให้เราคิดอย่างนี้ แต่ขอละไว้ เพราะมันเยอะมาก
 
(ตอนพ่อพี่ชาายเพิ่งเสียใหม่ๆ พี่ชายซึมไปเยอะเลย หายไปเลย
 
แต่ตอนพี่ชายกลับมาก็เล่นมุกให้เราขำได้เหมือนเดิม )
 
 
 
 
ครั้งแรกที่นัดเจอพี่ชายที่สยาม
 
พี่ชายบอกว่าเราเหมือนเด็กผู้ชาย แต่งตัวก็เหมือนเด็กผู้ชาย55 =  =
 
ตอนนั้นยืนคุยกันที่สยาม แลกบัตรนักเรียนกันด้วยอ่ะ
 
(ยังกะหนังเกาหลี= =)
 
เราถึงได้รู้ว่าพี่ชายเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญ
 
(หาเพื่อนหล่อๆมาเซ่นน้องคนนึงดิ)
 
ตอนที่เราคุยกะพี่ชายช่วงแรก
 
พี่ชายเรียนอยู่ที่ธรรมศาสตร์
 
(เหตุผลนึงที่เราอยากเป็นลูกแม่โดม อยากเรียนที่เดียวกะพี่ชาย)
 
แต่สุดท้ายเขาก็เรียนต่อไม่ไหว เที่ยวเยอะเกินๆ 555
 
เกรดหล่นโดนรีไทร์
 
ไปเรียนราชมงคลแทน ฮาเลย
 
แต่ไม่เห็นเฮียแกจะเครียดตรงไหน
 
 
 
 
 
 
 
ตอนมอสี่ช่วงนั้นเราก็มีแฟนอยู่ คบกันได้เดือนเดียวเอง
 
แฟนเราก็เป็นเพื่อนน้องของพี่ชาย(มึนปะ)
 
ก่อนคบกับยังถามพี่ชายก่อนเลยว่าคบดีป่าว
 
พี่ชายก็เตือนแล้วว่าคนนี้ ไม่ได้จริงจังอะไรกับเรา
 
เรียกว่าตอนนั้น คิดตัดสินใจอะไรก็เป็นพี่ชายช่วยคิดไปหมด
 
ยังตลกและตกใจตัวเองอยู่เลย
 
ที่อยู่ๆก็ให้ความไว้วางใจคนที่ไม่เคยรู้จักขนาดนั้น
 
แต่เสียดายที่ตอนนั้น ไม่ได้เชื่อพี่ชาย
 
 
 
 
 
จนวันที่เราเลิกกับแฟน
 
พี่ชายก็เป็นคนที่ให้คำปรึกษาเรา
 
ปลอบเรา และก็ฟังเราร้องไห้
 
 
 
จนพี่ชายมาหาเราที่ที่เรียนพิเศษ
 
มาถามไถ่ว่าเป็นยังไงบ้าง
 
เอาของขวัญมาให้ ซื้อกระเป๋าตังค์ให้
 
วันเกิดซื้อตุ๊กตามาให้(แต่เป็นตุ๊กตาวูดู ตัวเท่าเด็กทารกอ่ะ ==)
 
เลี้ยงเคเอฟซีทุกครั้งที่มีโอกาส
 
เห็นเราเป็นอะไรอ้ะ  เดี๋ยวก็ลากโครงไก่ลงไปกินในน้ำซะนี่
 
เย้ย!
 
 
 
 
 
 
ช่วงหลังๆ พี่ชายสมัครเบอร์คนโปรด แล้วก็เป็นเบอร์เรามั้ง
 
ทำให้เขาโทรมาได้บ่อยๆแบบไม่เปลือง
 
พี่ชายโทรมาบ่อยจนเราเองรู้สึกว่าอุ่นใจ
 
เรื่องเพื่อนเรื่องเรียน เรื่องที่บ้าน
 
พี่ชายรู้หมด
 
หมึกปริ๊นท์ที่บ้านปริ๊นท์ไม่ได้
 
เราส่งไฟล์ไปให้พี่ชายปริ๊นท์แล้วเอามาให้ที่โรงเรียน
 
คือพี่ชายขันอาสามาโรงเรียนไม่ใช่อะไรนะ